2007/Feb/08

จุดจบ.....

วันสุดท้าย.....

วันที่รอคอย.... หรือวันที่ไม่อยากให้มาถึง....

การพบเจอ.... การพลัดพราก

อดีต... ที่ไม่อาจทิ้ง... สู่... อนาคต... ที่ไม่อาจปฏิเสธได้

ความเสียใจ... น้ำตา

ความดีใจ... น้ำตา

ทุกสิ่งนั้นมันคืออะไร....

ความรู้สึก... ที่ไม่เคยมี

ไม่ใช่ความเสียใจ... แต่ก็ไม่ใช่ความสุข... มันคืออะไร....

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นราวกับความฝัน...

จบสิ้น... หรือพึ่งเริ่มต้น....

3 ปี... มันได้ผ่านไปแล้ว...

---------------------------------------------------

ตลอดสามปีที่ผ่านมา.... เราได้รอคอยวันนี้... แต่เมื่อถึงวันนี้... เรากลับไม่อยากให้มันผ่านไป แต่ก็ไม่อาจจะปฏิเสธมันได้... ได้เห็นหลายๆ คนร้องไห้... แต่เรากลับไม่ร้องไห้... เพราะอะไร...

ไม่เสียใจ?...

อคติ?...

ความเกลียดชัง?...

ไม่ใช่ทั้งนั้น....

เราเสียใจ... พร้อมกับดีใจ...

เราข่มความเสียใจไว้... เพราะไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้คนอื่นเห็น...

เราขอโทษ ที่ไม่ได้แสดงความรู้สึกออกไป....

คงได้แต่หวังว่า ทุกคนคงเข้าใจความรู้สึกของเรา.......

ความรู้สึกที่มีในวันนี้
เป็นสิ่งชี้ชะตาความเหมาะสม
ไม่ว่าใครจะว่าเราโง่งม
ก็เหมาะสมที่เขาด่าว่าเศษคน
ความรู้สึกในใจที่มีมา
ข่มน้ำตาเก็บไว้ช่างขื่นขม
เจ็บระทมหัวใจไม่ยืนยง
ขอเพื่อนจงเดินคู่ตลอดไป...

"ความรู้สึก ไม่สามารถบรรยายเป็นตัวอักษรได้ แต่อยากให้เพื่อนทุกคนเข้าใจว่า ผมต้องการสื่อถึงอะไร"

นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่จะเขียนไดอารี่ของ ม.ปลาย แล้ว ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จ

The End of School Life

2006/Sep/01

เช้าวันสดในของวันเกิดท่านอธิการ...
สิ่งแรกที่ผมคิดสำหรับวันนี้เลยก็คือว่า "ปีนี้น้ำไม่ท่วมวุ้ย" ทำให้ผมคลายข้อสงสัยไปว่า ทำไมฝนจึงตกก่อนวันนี้

"ห้อง 4 ไปคุมน้องๆ นะ" ชาวห้อง 4 ถึงกับอ้าปากค้างด้วยประโยคธรรมดาๆ นี้

"เอาห้องไหนกันๆ" หัวหน้าห้องเดินไล่เรียงจดทีละคน ด้วยสาเหตุที่ว่าคนหยุดเยอะมากๆ ทำให้ภารกิจนี้ใช้คนคนเดียวในการคุมฝูงลิงที่มีมากมาย

จำให้ผมพูดว่า "ส่งไปตาย" ก็ว่าได้

ผมและเพื่อนฝูงได้รับภารกิจให้ไปดูแลชั้นประถมศึกษาปีที่สอง ซึ่งมี 6 ห้อง แต่พวกผมมี 7 คน จึงมีผมที่คอยตระเวนไปช่วยเหลือห้องต่างๆ เมื่อมีปัญหา


"ดุด่าตี ได้ทั้งนั้น!" ประโยคนี้ถูกทิ้งท้ายไว้โดยครูประจำชั้นก่อนที่จะไปประชุม
"ครับ" ผมกับเพื่อนตอบอย่างสั้นๆ

ห้อง 6
ผมคิดว่าผมโชคดีมากๆ ที่ได้อยู่ห้องนี้กับเดช เพราะว่าเด็กค่อนข้างเรียบร้อยพอสมควร ประกอบกับการที่มีการบ้านและเปิดทีวี แต่แล้วเหตุการณ์

ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเด็กคนหนึ่งเอาไม้บรรทัดไปตีเพื่อนอีกคน
"เพี้ยะ" เสียงไม้บรรทัดหักเป็นสองส่วน
"แง้" คนที่ตีเป็นฝ่ายร้อง
"เดี๋ยวซื้อใช้ให้" คนที่ถูกตีกล่าว
ทำให้ผมงงกับเหตุการณ์นั้นมากๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา

การเดินลาดตระเวนของผมก้ได้เริ่มต้นขึ้น
อืม... ห้อง 5 ตั้วคุม เรียบร้อยดี...
ห้อง 4 ไหงกรกลับคุมไม่อยู่หว่า...
ห้อง 3 เป็ดก็ได้พูดคุยกับเด็กๆ โดยที่โดนเด็กชี้นิ้วสั่ง (ขนาดเด็กยังเป็นเบ๊มันอีกเรอะ!?)
ห้อง 2 โหลเปิด TV หลอกล่อความสนใจ
ห้อง 1 ณพลยืนดู TV ที่เด็กเปิดไว้เพื่อหลอกล่อความสนใจแล้วหนีออกมาเล่นหน้าห้อง

หน้าห้อง 1
"เอ้ย เข้าไปเล่นในห้องเด้" ผมเริ่มต้อนเด็กๆ เข้าไป แต่ก็ไม่เป็นผล สุดท้ายณพลงัดไม้เด็ด ปิดประตูห้องผลลัพท์ก็คือ พวกเราถูกขังไว้ข้างนอก

"แง๊" เด็กที่อยู่หน้าห้องคนหนึ่งร้องขึ้น
"เฮ้ย เป็นอะไรไปน้อง เจ็บตรงไหนใครแกล้ง" ผมรีบถามทันใด
"ไอ้นั่นอ่าาาาาาาา.... มันเข่า *ปิ๊บ* ผม แง๊ๆๆๆๆ"
"เออน่า เจ็บใช่ไหม เดี๋ยวก็หาย ลูกผู้ชายรึเปล่า!!"
เออวุ้ย ใช้คำว่าลูกผู้ชายแล้วมันเงียบได้

ทันใดนั้น ประตูห้องก็ได้เปิดขึ้น พร้อมทั้งมีเด็กคนนึงกระเด็นออกมาติดระเบียง ฉากนี้ไม่ใช้สตั้นแมนนะครับ!!
"แง้"
"เฮ้ย เป็นอะไรอีกวะ"
"มันถีบผมออกมา แง้ๆๆๆๆ"
"เฮ้ย ผมแค่ผลักเองนา" เด็กในห้องพูดขึ้น โดยที่ผมสังเกตเห็นควันจากรองเท้าของเจ้าตอแหลนั่น
"เอ้ยๆ มึงเก๋าเด๋วกูไปเล่นกับมึงเอง"
"โอ๋ๆ เจ็บรึเปล่า ทนไหวไหม ลูกผู้ชายรึเปล่า" อ่า เงียบอีกหนึ่งคน

"แง๊"
โอยยยยย อะไรอีกวะเนี่ย กูปลอบแม่งคนอื่นแม่งก็ร้อง คราวนี้เป็นไอ้เด็กแว่นหน้าตาหื่นกาม
"โอย... หนูเป็นอะไร พี่เหนื่อยแล้วนา"
"มันชกหน้าผม แง้ๆๆๆ"
"เออน่า เด๋วก็หาย ลูกผู้ชายรึเปล่าเนี่ย" เออวุ้ย ใช้คำนี้มันเงียบทุกคนจริงๆ
"ณพลดูแลไปนา เด๋วไปช่วยห้องอื่นก่อน"

ผมก็ได้เดินกลับไปที่ห้อง 6 เพื่อสอนน้องๆ ทำการบ้าน และเดินย้อนกลับมา สังเกตเห็นว่า กรตายแน่ งานนี้ เลยเรียกโหลไปช่วยโดยผมจะคุมห้อง 2 แทนเขาเอง

ห้อง 2
"อ้าว ทำไมพี่ไม่ใส่แว่นอ่ะ" เด็ก A พูดขึ้น
"เฮ้ย เปลี่ยนคนหรอ" เด็ก B พูดขึ้น
"พี่มีคาถาแยกร่างด้วยหรอ" เด็ก C กล่าวตาม
ไอ้พวกนี้มันบ้านินจาคาถาหรอไงฟะ..
"พี่ดูผมนะ จะแยกร่างให้ดู บึ้ม" เด็ก C แสดงให้ดูด้วยการประสานมือแล้วรีดเร้นจักระ
มันคงจะน่าสนุกดีถ้ามันทำได้จริงๆ นะ ฮ่ะๆๆๆ
ปึ๊ง!! เสียงน่าขนลุกมาจากทางด้านซ้าย
ไอ้โหลวิ่งหน้าซีดกลับมา

"เกิดไรขึ้นวะ"
"ไอ้กร คลุ้มคลั่งต่อยกระดาน" โหลที่กำลังหายใจอย่างเหนื่อยหอบได้พูดขึ้น
"แล้วเป็นไงต่อ"
"เด็กอึ้ง... เงียบไปเลย"
สักพัก ผมกับโหลก็ออกมาดูตรงระเบียงเพื่อความแน่ใจว่าเด็กปลอดภัยไม่ตายเสียก่อน
ภาพที่ผมเห็นถึงกับตะลึง

กรยืนเบ่งกล้าม ในมือขวาถือเครื่องโมโตอยู่ พร้อมกับเด็กเกาะตามแขนตามขาเหมือนซอมบี้ไล่กินศพ...
"ก๊าก ฮ่าๆๆๆๆ กรจอมโหดเอาเด็กไม่อยู่วุ้ย" ผมขำสุดแรงโดยไม่รู้ว่า จะเกิดสิ่งที่ไม่ดีกับผมเกิดขึ้น

พัก 10 นาที ผมลงไปทำธุระกับเพื่อนๆ โดยมีพวกเด็กเปรตตามลงมา สายตาลามกของพวกบ้านั่น ทำเอาผมขนลุก มันพยายามเอาสายตาลวนลาม

ผมในขณะที่ผมจะทำธุระ ด้วยความฉลาด ผมจึงเข้าไปในห้องส้วมปิดอย่างมิดชิด แต่ตอนกดน้ำ น้ำกลับพุ่งออกมาอย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้ผมเรียนรู้

วิธีหลบกระสุนที่มีความเร็ว 500 m/s อย่างรวดเร็ว

หมดพักซะแล้ว ต้องไปเผชิญกะพวกนั่นอีกแล้วเรอะ!!

คราวนี้ผมได้เข้าไปในห้อง 2 เพื่อที่จะช่วยระชาโหลทอง เพราะเด็กเริ่มจะทนความเบื่อไม่ไหวแล้ว... แต่ก็สังเกตเห็นกรผู้ซึ่งโดนเอาหมึกป้ายที่หลัง

อย่างหาทางเลี่ยงไม่ได้

ในที่สุดเวลานี้ก็มาถึง เวลาที่ผมจะได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่
"เอ้ย ใครอยากฟังเรื่องผีบ้าง...."
ได้ผลครับ มันสั่งให้เงียบกันเอง ตีกันเอง
"เฮ้ย เงียบ"
มันจะตะเบ็งเสียงใส่หน้ากูทำแพะอะไรฟะ
ในที่สุด ผมก็เริ่มเล่าเรื่องผี ที่เกิดจากการแต่งสดของผม ดูเหมือนพวกมันจะเชื่อกันด้วยล่ะ คึคึ....

**คำเตือน ใครที่ไม่อยากเสียเวลาอ่านเรื่องไร้สาระ ให้ข้ามช่วงนี้ไปซะ
ผมนั่งบนโต๊ะครู และเริ่มเล่าเรื่องขึ้น

เรื่องที่ 1
น้องๆ รู้ไหม.... พี่เคยเรียนห้องนี้น่ะ แล้วโต๊ะตัวนี้น่ะ คือโต๊ะที่พี่นั่ง... ส่วนโต๊ะข้างๆ เนี่ย คือโต๊ะเพื่อนสนิทของพี่เอง แต่เขาก็ตายไปแล้ว
หน้าโรงเรียนเรามีบึงอยู่แห่งนึง ชื่อว่าบึงกระเจี้ยบ ช่วงนั้นน่ะ เพื่อนพี่เขาเล่นบอลกับคนอื่น แล้วบอลก็ตกน้ำไป ตรงกับช่วงที่พวกนั้นกลับพอดี จึง

อาสาไปเก็บบอลให้..... แต่น้องรู้ไหม พอวันรุ่งขึ้น... ก็มีคนพบศพของเขา ลอยขึ้นอืดขึ้นมา.... แล้วทุกปีน่ะ มันมีเรื่องแปลก เพราะมีคนจมน้ำตายทุกปี...
"แล้วคนที่จมปีนี้ใครล่ะพี่..."
"อาจจะเป็นน้องก็ได้... ฉะนั้นระวังไว้นะ.."

เรื่องที่ 2
สนามบาสของที่นี่น่ะ.... สมัยที่พี่อยู่ชมรมบาสนะ มีเพื่อนคนนึงชอบซ้อมอยู่จนดึก แล้วก็ซ้อมหนักมากๆ ด้วย และมีคืนหนึ่ง เขาซ้อมอยู่คนเดียว

แล้วเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ทำให้เขาเสียชีวิตหน้าแป้นบาส....
หลังจากนั้น 2 - 3 ปี ขณะที่ยามเดินตรวจโรงเรียนอยู่ ก็ได้มีเสียงคนเล่นบาส ทั้งๆ ที่ไม่น่ามีคนแล้ว และมีลูกบาสกลิ้งมาที่รองเท้า พร้อมกับ

เสียงบอกว่า "เก็บบอลให้หน่อยครับ" แต่พอไปดูจริงๆ ก็กลับไม่ใครเลย

เรื่องที่ 3
รู้ไหม ว่าห้องเรียนของน้องนี่แหละ... ที่ผีดุ เพราะอาคารนี้น่ะ... สร้างขึ้นมาทับสุสาน แล้วห้องนี้เป็นจุดศูนย์กลางพอดี (มั่ว) ฉะนั้นอย่าอยู่กัน

ตอนกลางคืนนะ ไม่งั้นน่ะ... จะเห็นเหมือนพวกยามชุดเก่าๆ เพราะมีแสงขาวๆ ในห้องนี้ บินวนไปวนมาเต็มไปหมดเลย

ถึงจุดนี้... ผมเหนื่อยมากๆ คอเริ่มแห้ง เหงื่อเริ่มออก เนื่องจากความร้อนที่ไม่ยอมเปิดประตู... มันจะปิดประตูเพื่อสร้างบรรยากาศทำซากอะไรฟะ

พัดลมก็เสีย
ฉึก!!... เฮ้ย อะไรทิ่มคอวะ เด็กเวรหนึ่งตัวเอาปากกาทิ่มคอผม
"ถ้าไม่เล่าต่อ... ตาย!!" พร้อมง้างปากกา
"อ่ะๆๆๆ ต่อๆๆๆ" มือที่ง้างปากกาหยุดกึกลง

มันเอาจริงวุ้ย น่ากลัวชิบหาย ห้องเหี้ยนี่

เรื่องที่ 4
น้องรู้ไหมว่าห้องดนตรีไทยน่ะ..... มีพ่อแก่อยู่ (ไม่มีเจตนาจะลบหลู่นะครับ) เพราะท่านต้องคอยปกป้องพวกคนเล่นดนตรีไทย ไม่ให้มีภัยกับ

วิญญาณร้าย ซึ่งโรงเรียนนี้ก่อสร้างทับสุสานไว้ และเพื่อนพี่น่ะเป็นนักดนตรีไทยมาค้างคืนอยู่ที่ห้อง แต่ก็เห็นเท้าคน เดินข้ามหน้า ข้ามไปข้ามมา

ตลอดเวลา...

"พี่เหนื่อยแล้ว ขอพักก่อนได้ไหม..."
ฉัวะ!!... ไอ้บรรทัดที่ถูกลับเพื่อการสังหารมาอย่างดีปาดคอผมเข้าอย่างจัง
"ต่อก็ได้ฟะ..."

เรื่องที่ 5
"เฮ้ย ไอ้โหล รู้จักทิติวัดไหม ที่มันซิ่งมอไซคว่ำตายอ่ะ"
"อ่อไอ้นั่นอ่าหรอ น่าสงสารมันนะ" โหลรับมุกทันที

น้องรู้จักวินมอไซหมู่บ้านนี้ไหม..... ตอนดึกๆ จะสังเกตว่า เหลือไม่กี่คันใช่ไหม... เป็นเพราะเพื่อนพี่นี่แหละ ขี่มอไซคว่ำตายตรงนั้น เขาเลยไม่กล้า

อยู่ตอนกลางคืนกัน... แล้วตอนหลังห้าทุ่มน่ะ จะไม่เหลือมอไซแล้ว แต่ก็มีผู้หญิงคนนึง ทำงานจนดึก แล้วมาหามอไซ ปรากฏว่ายังเหลืออยู่คนนึง

เขาก็ซ้อนท้ายไปลงหน้าหมู่บ้าน พอลงจากรถ หันไปจะจ่ายเงิน ปรากฏว่า มอไซคันนั้นหายไปแล้ว.... พอวันรุ่งขึ้นได้มาถามวินว่า เบอร์ 51 นี่ใคร

หรอ วินก็ทำหน้างงแล้วบอกว่า วินมอไซที่นี่มีถึงแค่เบอร์ 40 เอง

เรื่องที่ 6
น้องรู้ไหม ทำไมเขาถึงต้องย้ายห้องศิลปะไปไว้อีกที่หนึ่ง... เพราะมีกลางดึกอยู่คืนหนึ่ง มีเด็กที่ทำงานค้างไว้อยู่ที่ห้องศิลปะ... เมื่อเขาทำงานเสร็จ

เขาก็ได้เก็บสีที่ตู้ ทันใดนั้นรูปปั้นก็ได้ตกลงมากระแทกหัวเสียชีวิต ทำให้เมื่อมีคนมาใช้ห้องนั้นตอนดึกๆ จะมีรูปปั้นตกลงมาแตกอยู่เรื่อย จึงต้อง

ย้ายห้องศิลปะไปอีกที่หนึ่ง

เรื่องที่ 7
ตอนรับน้องสมัยก่อนน่ะ ที่กฎหมายเขายังไม่ออก มีความรุนแรงมาก เขาก็ได้เอาสระยางมาทำเป็นบ่อเฉาก้วย ให้เด็กใหม่เอาหน้าจุ่มลงไปคาบ

เหรียญขึ้นมา แต่ก็มีเด็กคนหนึ่ง.... เป็นโรคหอบ และอาการกำเริบ รุ่นพี่ก็เห้นว่าดำลงไปนานมาก จึงคิดว่าเก่ง แต่ผ่านไป 3 นาที ก็ยังไม่ขึ้นมา เมื่อ

ดึงหน้าขึ้นมา เห็นว่าหน้าซีด และไม่หายใจแล้ว.... เหตุการณ์ผ่านไปจนทุกคนลืม แต่วิญญาณความแค้นก็ยังมีอยู่ และได้ไปแก้แค้นรุ่นพี่ทั้งหมด ทำ

ให้ต้องฆ่าตัวตายทั้งหมด

เรื่องสุดท้าย
"ไอ้โหลขึ้นให้ทีเดะ.... นึกไม่ออกเหวย"
"บอกเหตุผลน้องไปสิ ทำไมถึงต้องสร้างบ่อปลา"
"โห... เรื่องนี้น่ากลัวนะเนี่ย.."
"อ่ะ... เออ" โหลรับมุกแทบไม่ทัน
เมื่อก่อนนะ บ่อปลาที่นี่น่ะ เป็นแค่พื้นปูนไว้ประกอบกิจกรรมธรรมดา แต่ก็การณ์นึงเกิดขึ้น คือ เด็ก ม.4 ได้มาทำกิจกรรมที่นี่เพียงคนเดียว แล้วมีวัย

รุ่นที่เมา เข้ามาข่มขืน แล้วฆ่า เวลาผ่านไป ภารโรงที่ได้ทำงานกลางคืน ก็ได้ยินเสียงร้องไห้ตลอด อธิการจึงสั่งให้เอาบ่อปลามาวางทับไว้เพื่อเป็นการแก้เคล็ด
"วางบ่อปลามันเกี่ยวอะไรกับการแก้เคล็ดล่ะพี่" เด็กเริ่มสงสัย
เอาล่ะสิกู มาสงสัยบ้าอะไรฟะ
"ก็เพราะว่า การเลี้ยงปลา มันคือการให้ชีวิตไง และเป็นการอุทิศส่วนกุศล ทำให้วิญญาณไปสู่สุคติได้"
ผมมั่วได้อย่างมีหลักการมั่กๆ... เพราะพวกเด็กๆ เชื่อกันสนิทใจ

"หมดแล้วนา พี่หมดเรื่องเล่าแล้วจริงๆ "
ทันใดนั้น เด็กๆ พร้อมใจจับผมขึงที่โต๊ะครู
"ถอดกางเกงพี่เลย"
เฮ้ย พวกมึงจะทำอะไรกันวะ
"ปล่อยว้อยยย ปล๊อยยยยย"
ผมพยายามดันตัวขึ้นมา แต่ก็เห็นไอ้โหลกำลังเล่นงัดข้อกับเด็ก ผมล้มตัวลงไปอีกครั้ง
"ช่วยด้วยว้อยยย"
ผมดันตัวขึ้นมาอีกครั้ง เห็นโหลหันมา แล้วก็ล้มไปอีก
"เห้ย ไม่ไหวแล้วนาาาาา"
ผมดันตัวขึ้นมาด้วยแรงเฮือกสุดท้าย เห็นแค่ไอ้โหลหันมายิ้มให้
ไอ้เวรรรรร แทนที่จะมาช่วย

"เอ้ย น้อง มางัดข้อกันบ้างไหม"
ผมใช้สติแทนที่จะใช้กำลัง
"เอาเลยพี่"
มันได้ผลด้วยครับ ท่านผู้ชม
เด็กมันโกงกันจริงๆ งัดทีนึงกี่มือเนี้ยะ อ้ากกกก
ในที่สุด มิสก็กลับมา... ผมรอดตายแล้ว

ห้อง 1 ณพล ตัวขาวสะอาด หน้าตาสดใส เนื่องจากดูแต่ TV
ห้อง 2 ผมกับโหล ต่างคนต่างสะบัดสะบอมเนื่องจากเงื้อมือเด็ก
ห้อง 3 เป็ดทำงานเสร็จ เนื่องจากเด็กเห็นใจ พยายามเรียบร้อยในขณะที่นั่งทำการบ้าน
ห้อง 4 กรออกมา เสื้อเปราะหมึกไวท์บอร์ดเต็มที่ เด็กๆ ยังคงเกาะกรเช่นเคย
ห้อง 5 ตั้วออกมา พร้อมเสื้อที่ดำปี๋ ขณะที่อ่านหนังสือเขาโดนอะไรกันแน่ ยังเป็นปริศนาอยู่


ห้อง 6 ผมนึกว่าคนนี้จะสบายที่สุดเสียอีก
"กูไม่น่าเปิดมวยปล้ำให้แม่งดูเลย" เสียงบ่นจากเดชซึ่งดูแลห้อง 6
"อ้าวโดนไรฟะ แดงทั้งตัวงี้ กางเกงก็เลอะ"
"แม่งต่อยกู พอกูล้มก็รุมกระทืบกูเหมือนที่เห็นในมวยปล้ำ"
ก้าก ฮ่าๆๆๆ สุดท้ายก็เหนื่อยกันทุกคนน่ะแหละ

และก็จบวันวุ่นๆ ของผมเพียงแค่นี้ ผมรู้สึกสงสารครูขึ้นมาเลยล่ะครับ ^^; เพียงผมคุมเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็รู้สึกเหนื่อยขึ้นขนาดนี้ ต้องขออภัยที่ว่างเว้นซะนาน นึกว่าจะไม่มีโอกาสมาลงไดแห่งนี้ซะแล้ว ยังไงก็ช่วยกันคอมเม้นด้วยนะครับ

สวัสดีคร้าบ ไว้เจอกันโอกาสหน้าน่อ

2006/Feb/17

ทักทายเล็กน้อย

ขอสวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน.... ก่อนอื่นต้องขอโทษก่อนเลย ที่เว้นช่วงการเขียนไว้นานนนนนนนนน... มาก สาเหตุก็มาจากงานที่โถมเข้ามาในช่วงก่อนสอบนี่เอง... รวมถึงอู้ด้วยนิดหน่อย ช่วงนี้เป็นช่วงที่ชะตาชีวิตของผมกำลังตกต่ำมากๆ ลองมาฟังเหตุการณ์ในวันนี้ดูดีกว่า


บรรยากาศยามเช้าที่แสนสบายในช่วงวันศุกร์ โดยที่ผมไม่ทันรู้ตัวเลย ว่าจะมีสิ่งร้ายๆ เกิดขึ้นกับผม....

คาบที่ 1 คณิตศาสตร์ มีการสั่งงานให้ทำลงกระดาษรายงาน ซึ่งส่งภายในวัน...

คาบที่ 2 จีน เป็นคาบที่รู้สึกว่ามีความสุขมาก นั่งฟังเพลงไป ลอกงานสังคมไป แหม วันนี้มันช่างสบายอะไรอย่างงี้

คาบที่ 3 - 4 Computer

Present งานให้ Mr. จีโน่ฟัง ดำน้ำไปเรื่อยๆ จนผ่านพ้นมาด้วยดี ช่วยเพื่อนสร้าง Web แล้วก็ทำงานทุกอย่างจนเสร็จสมบูรณ์

พักเที่ยง

กินขนมปังกับเพื่อนๆ

คาบ 5 สังคม

เรียนสบายๆ ได้ความรู้เรื่อง FTA

พัก 10 นาทีบ่าย

ส่งงานคณิต อังกฤษ และไทย

คาบ 6 ชมรม

คุยกับรุ่นน้องในชมรมเกี่ยวกับความเป็นไปของชมรมในปีหน้า มีการพูดคุยระหว่างสมาชิกชมรมกับอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งก็จบด้วยดี

เลิกเรียน

เก็บหนังสือที่อยู่บนชั้นจำนวนมากมายขนกลับบ้าน มีความสุขมากๆ เพราะจะได้กลับมาเล่นเกมและ.... แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น...

งานคณิต... อยู่บนโต๊ะของชิ้น ซึ่งเป็นชื่อของเราเอง

"เฮ้ย ใครเอาของกูไปลอกแล้วไม่ส่งให้วะ!!" ผมโมโหมาก ตะโกนออกไปโดยไม่รู้ตัว

"เออ ตอนกูส่งก็ไม่เห็นของมึง ไปส่งตอนนี้ก็ยังทันมั้ง" หัวหน้าห้องเดินมาบอก (แล้วทำไมไม่ถามกูอ้ะ)

ผมรีบวิ่งไปห้องพักครูคณิตทันทีอย่างไม่รีรอ

"ฉันไม่รับรู้ใดๆ ทั้งนั้น" ครูประจำวิชาพูดตัดบทและไม่รับฟังเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้นทำให้ทราบถึงจุดประสงค์ที่เขาต้องการสื่อสารทันที ว่า "ไม่ให้ส่ง"

ผมเดินคอตกขึ้นมาบนห้อง....

มาร์กเดินเข้ามาถามว่า "เป็นอะไรไป ส่งคณิตไม่ได้หรอ"

"มีคนเอาของกูไปลอกแล้วไม่ส่งให้" ผมกล่าวไปด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง

"อ่า เด๋วกูลองไปส่งดูให้ เด๋วลองอ้างโน้นอ้างนี่ดู" มาร์กกล่าว พร้อมวิ่งจากไป

"กูพอจะรู้แล้ว ว่าใครเป็นคนเอาไปลอก" ระชากล่าวพร้อมยิ้มเล็กน้อย

"มันอาจไม่ใช่อย่างที่มึงคิดก็ได้" ผมได้โต้ตอบกลับไป เพราะไม่อยากคิดเรื่องที่ไม่สมควร ซึ่งได้คิดไปบ้างแล้ว

"มันบอกให้กูไปตายอ่ะ" มาร์กวิ่งกลับมา

"ไม่เป็นไรหรอก.... ขอบใจนะ.." ผมเพียงได้แค่พูดปลอบใจตัวเอง พร้อมรับงานกลับไป

จากเรื่องจะเห็นได้ว่า... ผู้บริสุทธิ์ในสังคมปัจจุบัน ก็ไม่ได้รับการปกป้องจากความยุติธรรมอีกต่อไปแล้ว ความมีเหตุผลในสังคม ก็หายไปพร้อมกับความยุติธรรม เหลือเพียงความโลภ การแย่งชิง และอารมณ์..... ผมไม่เสียใจเรื่องที่ไม่ได้ส่งงานเท่ากับการที่ได้รับรู้ความจริง ว่ามีเพื่อนในห้องบางคนทำตัวแบบนี้.... มันน่าเสียใจจริงๆ...

บางคนที่อ่าน อาจจะเห็นว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าเกิดขึ้นกับตัวคุณออก รับรองเลยครับ... มันเป็นเรื่องที่น่าจะตระหนักว่า "เพื่อนทำกับเพื่อนแบบนี้ได้ไง" แค่เพียงกระดาษแผ่นเดียว เอามาลอก แล้วส่งให้ไม่ได้เชียวหรือ อยากให้ลองเก็บไปคิดกันดูครับ

Edit นิดนึง... รู้สึกจะมีคนเข้าใจผิดกันเยอะ แต่ยังไม่รู้เลยนะ ว่าใครเป็นคนเอาไปลอก - -


edit @ 2006/02/17 21:41:24