เปิดฉากวันซ่อมวันแรก ก็โดนยำตามความคาดหมาย... การซ่อมเป็นไปด้วยความยากลำบาก กระดาษรายงานของหลายๆ คนที่นำมา หายไปอย่างไร้ร่องรอยหลายเล่มด้วยกัน มันหายไปไหน? มันไปกับการซ่อมที่ทำเอาหลายๆ คนหน้าซีด เนื่องจากการซ่อมเขาให้เพียง 1 ชม. แต่เขานั้นให้ซ่อมเกินเวลาไปหลาย ชม. เช่นกัน บางคนทำงานไม่ทัน ถึงขนาดอดข้าวอดน้ำ เพียงเพราะว่าอยากผ่านคณิต และรอบบ่าย ก็มีซ่อมอีกตัวเช่นเคย คนที่ตกตัวเดียว ก็โชคดีไป เพราะว่าตกนรก เพียงแค่ครึ่งเดียว ส่วนคนที่ตกครบก็จะได้เห็นนรกเหมือนผม...
แต่หัวข้อของวันนี้ ไม่ใช่การสอบซ่อม แต่เป็นงานเลี้ยงส่ง ม.สรวิศที่อุทิศกายกลับไปสอนให้กับบ้านเกิดของตนเอง วีรกรรมครั้งนี้ช่างน่าชื่นชมอย่างมาก เมื่อทุกคนซ่อมกันเสร็จ ก็รีบกลับบ้านกัน เพื่อที่จะเปลี่ยนชุดไปงานเลี้ยงส่งให้ทัน ผมนั้นก็เช่นกัน รีบกลับบ้านทำภารกิจอื่นๆ และรีบไปบ้านของท่านลิง เพื่อที่จะไปดูงานอย่างอื่นและไปพร้อมกัน วันนี้เหมือนไม่ใช่วันของผมเอาเสียเลย
ผมได้ขึ้นรถเมย์ 145 เพื่อที่จะไปหมู่บ้านมัณทนา เมื่อขึ้นแล้วก็เริ่มพบกับความซวย ก็คือเห็นป้าย "รถโดยสารคันนี้ไม่จอดให้รับผู้โดยสาร-ลง นอกป้าย" ผมก็คิดแล้วล่ะ งานนี้ซวยแล้ว เดินไกลแน่ๆ ผมได้เพียงแต่มองรถผ่านหมู่บ้านไป และเมื่อผมเห็นป้ายสีน้ำเงิน ผมก็รีบกดออดทันที เพื่อที่จะได้ลง แต่ว่าป้ายนั้น เป็นเพียงป้ายรูปรถจักรยานธรรมดาๆ เท่านั้น... ผมรีบหันไปสบตาคนขับ... ซึ่งได้ผล คนขับยอมใจอ่อนจอดให้ ก็ยังดีแฮะ เดินแค่ไม่กี่ร้อยเมตร เล่นเอาเมื่อยเหมือนกัน
นั่งมอไซเข้าหมู่บ้าน ไม่นึกไม่ฝันว่า จะเจอความซวยหน้าบ้านเพื่อนของตัวเอง พอถึงหน้าบ้าน ผมก็รีบโทรเข้าไปทันทีให้เขามารับหน้าบ้าน แต่มีไอ้เด็กปัญญาอ่อนหน้าตาเฮงซวยคนนึงมากวนตีนเป็นระยะๆ ด้วยการขี่จักรยานวนรอบตัวผม แรกๆ ผมก็ไม่คิดอะไรมาก จนกระทั่ง ลิงรับสาย เด็กสวะบ้าบอคนนั้น พูดประโยคที่ผมสนทนาซ้ำ ผมไม่ทราบจุดประสงค์ของเด็กคนนี้หรอก รู้แค่เพียงว่า "อยากซัดให้มันนอนกองอยู่ตรงนั้น" และมาทราบตอนหลังว่า "มันปัญญาอ่อน" เกือบชกคนพิการไปซะแล้ว....
สุดท้ายก็ถึงห้องซ่องสุม ผมได้รีบเปิดคอมและเล่นเกมทันนี้ โดยภารกิจครั้งนี้คือ Format คอมให้เขา ผมทำอยู่นานพอสมควรจนพงศ์เดชมาถึง ซึ่งสุดท้าย ก็ทำไม่สำเร็จ เนื่องจากลืมวิธีการจนถึงเวลา 5 โมงครึ่ง ซึ่งงานเริ่มตอน 5 โมง จึงมีเสียงโทรศัพท์มาจากเพื่อนว่า "มันเริ่มแดกกันแล้ว" จึงไม่รอช้ารีบไปงานทันที
6 โมง 15 นาที ถึงงาน ทุกคนกินกันอย่างสนุกสนาน งานเลี้ยงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อกินกันพออิ่มกันทุกคนแล้ว ก็เริ่มปิดไฟดิ้นกันเหมือนกับอยู่ในสถานเริงรม ไฮไลท์ของงานนี้ที่แจ่มที่สุดก็คงหนีไม่พ้น ม.สรวิศร้องเพลง ไม่นึกว่ากำลังเสียงของ ม. จะเยอะขนาดนี้ แต่ก็ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่มีวันเลิกรา สุดท้ายงานก็เลิก ทุกๆ คนได้พา ม. ไปส่งที่รถ ผมรู้สึกได้ว่า พวกผู้หญิงบางคนมีน้ำตาซึมออกมานิดๆ ม. ได้ไปแล้ว... แต่เขาไม่ได้จากเราไปตลอด หวังว่าคงได้กลับมาเยี่ยมกันบ้าง ผมกับลิงได้กลับมาในห้องอาหาร ได้พบกับพวกน็อตยึดห้องคาราโอเกะนี้เรียบร้อยแล้ว ก็เลยกลับบ้านดีก่า ก็เลยเดินไปที่ถนนโบก Taxi กลับบ้าน
รักษาสุขภาพด้วยนะครับ ม.สรวิศ พวกเราห้อง 4 พร้อมที่จะเป็นกำลังใจให้ ม. เสมอ
