ITE104

หลังจากห่างหายทุกๆ ท่านไปอย่างเนิ่นนาน.... ในที่สุดผมก็ได้กลับมาแล้ว..... นี่

อาจจะเป็นการเขียนครั้งแรกเลยถ้านับตั้งแต่วันที่จบมาจากมัธยมปลายที่แสนรัก จากการที่เงียบหายไปนั้น ไม่ใช่เพราะสิ่งอื่นใด แต่เพราะว่าไม่มีเรื่องอะไรจะให้เขียนเลย แต่ตอนต่อจากนี้ไป คงจะมีเรื่องมาให้อ่านอย่างบ่อยขึ้น และขอเปิดตัว Category ใหม่เลย นั่นคือ ITE104

แน่นอนว่าหลายๆ คนอาจจะสงสัย ว่าไอ้ "ITE104" มันคือหมวดอะไรวะ ไม่ใช่ว่าจะตั้งหมวด University งั้นหรอ สำหรับ ITE104 นั้นเป็นวิชาที่ผมเรียนอยู่นั่นเองครับ และคราวนี้ได้โครงงานใหม่ที่แสนจะตื่นเต้นเร้าใจ และทำให้ชีวิตของผมนั้น ต้องฝากไว้กับความเห็นใจของพวกท่าน!! เพราะว่าทุกความเห็นของท่านนั้น มีความสำคัญต่อคะแนนของผมเป็นอย่างมาก โดยหัวข้อนั้นคือ "สร้าง Blog ที่ทำให้คนสนใจและเข้ามากอย่างสม่ำเสมอมากที่สุด" ฉะนั้น ต่อไปผมคงจะขอน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ของท่านๆ เพื่อนๆ หรือแม้แต่ผู้ที่ผ่านเข้ามานั้น สละเวลาในการลง Comment ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการให้กำลังใจ ความเห็นในเนื้อหา หรือว่าติเพื่อก่อ

ต่อไป Blog แห่งนี้... อาจจะมีทั้งเนื้อหาสาระน่าสนใจที่อัดแน่นเปี่ยมไปด้วยเนื้อหา... หรืออาจจะเป็นเรื่องตลกไร้สาระที่สุด ที่คุณจะประสบได้ในชีวิตคุณนั้นก็เป็นได้... เริ่มตั้งแต่เป็นครั้งหน้าเป็นต้นไป ถ้าได้อ่านบทความของผมแล้ว ชอบ หรือ ไม่ชอบ ก็ขอความกรุณาส่งต่อไปให้คนอื่นอ่านด้วย เพราะอาจจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นอีกต่อไปก็เป็นได้ จึงขอแสดงความขอบคุณล่วงหน้าครับผม

ปล. ใครสามารถใช้ RSS เป็นก็ขอให้ Add เข้าไปด้วยนะครับ
ปล.2 ถ้าเป็นไปได้อยากให้ Add เป็น Favorite ด้วยครับ


edit @ 2007/08/22 21:12:36

สวัสดีครับเพื่อนๆ.... อืม... ช่วงนี้รู้สึกว่าคอมจะค้างบ่อยเป็นพิเศษ... ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมถึงนึกหัวข้อนี้ขึ้นมาได้ หลายๆ คนอาจจะเคยได้ใช้ปุ่มนี้เวลาเครื่องแฮงค์ เพื่อใช้ในการปิด Application หรือว่า Restart เครื่อง แน่นอนว่าการกดปุ่ม Ctrl + Alt + Del พร้อมๆ กันนั้น เป็นปัจจัยพื้นฐานในการแก้ไขปัญหาของระบบปฏิบัติการ Windows ที่ทุกๆ คนคุ้นเคยนั่นเอง แต่จะมีสักกี่คนกันที่รู้จักที่มาของมัน (หรือว่ารู้แล้วหว่า)

สำหรับแนวคิดในการใช้ปุ่ม Ctrl + Alt + Del นี้ เป็นแนวคิดของ นาย David Bradley (เกี่ยวอะไรกะหมอบลัดเลย์ที่เคยเรียนในประวัติศาสตร์รึเปล่าหว่า?) วิศวกรของบริษัท IBM โดยเขาต้องการให้ผู้ใช้นั้น สามารถแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์โดยการ Restart ระบบใหม่ได้อย่างง่ายที่สุด ถึงแม้ว่า David จะได้สร้างผลงานมากมาย อย่างเช่น BIOS (ใครที่นึกไม่ออก ลองกดปุ่ม Del ตอนเปิดเครื่องขึ้นมา จะเจอเน้อ) แต่สิ่งที่ผู้ใช้รู้จักมากที่สุดกลับกลายเป็นปุ่ม Ctrl + Alt + Del ในตำนานนั่นเอง แต่เขาใช้เพียงเวลาในการสร้างขึ้นมาเพียง 5 นาทีเท่านั้น โดยช่วงแรกใช้ปุ่ม Ctrl + Alt + Esc แต่ก็เปลี่ยนใจหันมาใช้แบบปัจจุบันแทน เนื่องจากว่า ปุ่มดังกล่าวอยู่ที่คีย์บอร์ดด้านเดียวกันหมด จึงอาจถูกกดพร้อมกันโดยไม่ตั้งใจได้ โดยเขาได้กล่าวไว้ว่า "ผมอาจจะเป็นผู้สร้างปุ่ม Ctrl + Alt + Delete ขึ้นมา แต่ บิล เกตส์แห่ง Microsoft เป็นผู้ที่ทำให้คนรู้จักมากมาย"

นั่นก็หมายความว่า..... Windows นั้นระบบล่มง่ายกว่า OS (Operating System หรือระบบปฏิบัติการ)อื่นๆ มาช้านานแล้ว อิอิ แต่ก็สามารถใช้งานได้อย่างแพร่หลาย ใช้งานหลายรูปแบบ จะล่มง่ายกว่า OS อื่นๆ ก็ไม่แปลก


ผลิตภัณฑ์ในอนาคตที่จะถูกผลิตโดย Microsoft

แถมท้ายเล็กน้อย.... สำหรับคนที่ใช้ OS เป็น Windows Vista สามารถเรียก Task Manager มาได้ทันทีโดยใช้ปุ่ม Ctrl + Shift + Esc แทน

อืม... เรื่องคราวนี้เครียดไปรึเปล่าหว่า มีอะไรติชมก็สามารถ Comment ได้เน้อ จะคอยปรับปรุงเรื่อยๆ

ที่มา:Pantip.com
เรียบเรียง :ผมเอง

แน่นอนว่าหลายๆ คนคงจะรู้จักกับเทคโนโลยีนี้เป็นอย่างดี เพราะว่าเป็นเทคโนโลยีสารสื่อสารไร้สายที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และสะดวกที่สุดอย่างหนึ่งในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ค หรือแม้แต่หูฟัง เป็นระบบสื่อสารที่ใช้สัญญาณวิทยุระยะสั้นที่มีความถี่สูงที่ 2.4Ghz. โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางเป็นเส้นตรงเหมือนกับอินฟราเรดที่ใช้กับรีโมทถูกออกแบบเพื่อใช้กับอุปกรณ์ที่มีขนาดเล็ก และใช้พลังงานต่ำ ระยะประมาณ 5 - 10 เมตร

ความเป็นมา Bluetooth
คำว่า Bluetooth เป็นนามของกษัตริย์ ประเทศเดนมาร์ก ที่มีชื่อว่า " Harald Bluetooth" ( ภาษาเดนมาร์ก Harald BlÅtand) และเพื่อเป็น การรำลึกถึงกษัตริย์ Bluetooth ผู้ปกครองประเทศ กลุ่มสแกนดิเนเวีย ซึ่งในปัจจุบันเป็นกลุ่มผู้นำ ในด้านการผลิต โทรศัพท์มือถือ ป้อนสู่ตลาดโลก และระบบ Bluetooth นี้ ก็ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อใช้กับโทรศัพท์มือถือ และเริ่มต้น จากประเทศในแถบนี้ด้วยเช่นกัน

กำเนิด Bluetooth
ปี 1994 บริษัท อีริคสัน โมบาย คอมมูนิเคชั่น เริ่มต้นที่จะค้นคว้าวิจัย ความเป็นไปได้ ในการนำคลื่นสัญญาณ วิทยุ มาใช้ระหว่างโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ต่างๆ และเป็นผู้นำชื่อ Bluetooth มาใช้ ปี 1998 กลุ่มผู้พัฒนาวิจัย ระบบ Bluetooth ได้ถูกก่อตั้งขึ้น โดยเกิดจาก การรวมตัวของ บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Ericsson, Nokia, IBM, Toshiba และ Intel ในกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า Special Interest Group (SIG) ซึ่งในกลุ่ม จะประกอบด้วย กลุ่มผู้นำ ทางด้านโทรศัพท์มือถือ , คอมพิวเตอร์ ฯลฯ ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ ได้ประเมินว่า ภายในปี 2002 ในอุปกรณ์การสื่อสาร , เครื่องใช้ , คอมพิวเตอร์ จะถูกติดตั้ง Bluetooth ที่จะใช้เชื่อมต่อ ระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ อย่างแพร่หลาย

ที่มา : TlcThai.com


edit @ 2007/09/17 18:36:52